fruitylover.com

ชมพู่

ชมพู่1

ชมพู่

ประวัติความเป็นมาของชมพู่

ชมพู่เป็นผลไม้ประเภทไม้ยืนต้น อยู่ในวงศ์ MYRTACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Syzygium jambos (L.) Alston มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ลักษณะทั่วไปของต้นชมพู่คือ ลำต้นสูงราว 5-20 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวหนา ดอกมีสีขาว สีเหลืองชมพู หรือแดง ผลมีรูปร่างกลมหรือรี มีเนื้อฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยว

ชมพู่เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก นิยมรับประทานสดหรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น แยม เยลลี่ น้ำผลไม้ เป็นต้น ชมพู่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน เป็นต้น

ชมพู่2

นอกจากประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ชมพู่ยังมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายอีกด้วย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ฉ่ำน้ำ มีปริมาณน้ำสูง จึงเป็นผลไม้ที่เหมาะแก่การรับประทานในช่วงหน้าร้อน

สายพันธุ์ของชมพู่

ชมพู่3

ชมพู่เป็นผลไม้ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ ในประเทศไทยมีการปลูกชมพู่หลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีรูปร่าง รสชาติ และลักษณะเด่นที่แตกต่างกันไป สายพันธุ์ชมพู่ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ได้แก่

  • ชมพู่ทับทิมจันทร์ เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีจุดเด่นคือ ผลมีขนาดใหญ่ ผิวผลสีแดงเข้ม เนื้อผลสีขาว กรอบ หวานอมเปรี้ยว
  • ชมพู่เพชรบุรี เป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลมีขนาดเล็ก ผิวผลสีเขียวอมเหลือง
  • ชมพู่มะเหมี่ยว เป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลมีขนาดเล็ก ผิวผลสีเขียวอมเหลือง มีกลิ่นหอม
  • ชมพู่แก้มแหม่ม เป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผลมีขนาดเล็ก ผิวผลสีเขียวอมชมพู
  • ชมพู่นาก เป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติหวาน ผลมีขนาดเล็ก ผิวผลสีเขียวอมเหลือง

นอกจากสายพันธุ์ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสายพันธุ์ชมพู่อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ชมพู่ทูลเกล้า ชมพู่ทองเปียก ชมพู่แดงอินโด ชมพู่เขียวแก้ว เป็นต้น

ประโยชน์ของชมพู่

ชมพู่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ดังนี้

  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อโรคต่างๆ
  • บำรุงสายตา วิตามินเอเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพดวงตา ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน
  • บำรุงผิวพรรณ วิตามินซีและวิตามินเอช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น
  • ป้องกันโรคหวัด วิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัดและลดความรุนแรงของโรคหวัด
  • ป้องกันโรคหัวใจ โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิต ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ป้องกันโรคเบาหวาน ไฟเบอร์ในชมพู่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน
ชมพู่4
ชมพู่5

การปลูกชมพู่

การปลูกชมพู่

การปลูกชมพู่สามารถทำได้ทั้งการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด

การปลูกแบบตอนกิ่ง

เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด สามารถทำได้ตลอดทั้งปี โดยใช้กิ่งพันธุ์ที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป ตัดกิ่งยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตัดแต่งใบออกให้เหลือเพียง 2-3 ใบ นำไปปักชำในถุงเพาะชำที่ผสมดินร่วนปนทราย รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มรำไร เมื่อกิ่งตอนมีรากแข็งแรง จึงย้ายปลูกลงแปลง

การปลูกแบบทาบกิ่ง

เป็นวิธีที่ช่วยให้ต้นชมพู่เจริญเติบโตได้เร็วกว่าการปลูกแบบตอนกิ่ง โดยใช้กิ่งพันธุ์ที่ต้องการ ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ทาบลงบนต้นชมพู่ที่มีอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป ตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียงกิ่งประธาน 1 ต้น ผูกยึดกิ่งพันธุ์ให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มรำไร เมื่อกิ่งทาบติด ก็สามารถตัดกิ่งเดิมออกได้

การปลูกแบบเสียบยอด

เป็นวิธีที่ช่วยให้ต้นชมพู่มีทรงพุ่มสวยงาม โดยใช้กิ่งพันธุ์ที่ต้องการ ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร เสียบเข้าไปในต้นชมพู่ที่มีอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป ตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียงกิ่งประธาน 1 ต้น ผูกยึดกิ่งเสียบให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม วางในที่ร่มรำไร เมื่อกิ่งเสียบติด ก็สามารถตัดกิ่งเดิมออกได้

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม :: fruitylove

อ่านบทความเกี่ยวกับผลไม้ได้ที่ :: แครนเบอรี่

โฟสที่เกี่ยวข้อง